ประชุมวิชาการ

เวทีพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและระบบสุขภาพชุมชน ปี 2562

 

การจัดการสุขภาพใหม่ เพื่อเผชิญ NCDs ท่ามกลางสังคมพลวัต

Transformative Management for People-centered Care under Dynamic Society

 

ระหว่างวันที่  6 - 7 พฤศจิกายน2562

โรงแรมมิราเคิล  แกรนด์  คอนเวนชั่น  หลักสี่  กรุงเทพมหานคร

                                          บทนำ

       ในปี 2521 ที่เมืองอัลมา อตา สหพันธรัฐรัสเซีย ได้มีแถลงการณ์ที่เรียกว่า คำประกาศอัลมา อตา 
(Alma Ata Declaration) ซึ่งระบุว่า“การสาธารณสุขมูลฐาน เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเพื่อความยุติธรรมในสังคม 
และเป็นกุญแจที่จะนำไปสู่เป้าหมายของการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าได้  ซึ่งตลอด เวลาที่ผ่านมาการสาธารณสุขมูลฐาน
ของไทยมีพัฒนาการเรื่อยมา แต่เป้าหมายสูงสุดยังคงเดิมคือ การมีสุขภาพดีของทุกคน  ซึ่งแนวคิดและหลักการนี้ได้มี
การต่อยอดเป็นแนวทางการพัฒนาสุขภาพใหม่ ที่เปิดพื้นที่ให้กับการทำงานพัฒนาสุขภาพชุมชนโดยการริเริ่มของท้องถิ่น  
ชุมชนมากขึ้น เพื่อตอบสนองความท้าทายด้านสุขภาพและสังคมที่กำลังเติบโต บวกกับ นโยบาย กลไก และแนวทางการ
ทำงานใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่านโยบายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การเกิดขึ้นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 
และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ  ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมมากกว่าเดิม 
ด้วยการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบบริการปฐมภูมิซึ่งเป็นหน่วยบริการ ที่อยู่ใกล้บ้านและทำงานร่วมกับชุมชน การดูแลสุขภาพ
ปฐมภูมิเน้นการดูแลแบบองค์รวม คือดูแลคนทั้งคน ไม่ได้ดูแลแบบแยกปัญหาสุขภาพออกเป็นส่วนๆ และเป็นการดูแลที่ต่อเนื่อง
ตลอดทุกช่วงวัยตั้งแต่ไม่ป่วยจนกระทั่งเมื่อต้องได้รับการดูแลในระยะสุดท้าย โดยใช้หลักการดูแลที่มีประชาชนเป็นฐานและ 
มีความร่วมมือของครอบครัว เครือข่ายบริการ และองค์กรรัฐอื่นๆ ตลอดจนองค์กรชุมชน ท้องถิ่น และภาคประชาชน

        ในโอกาสครบรอบ 40 ปี หลังการประกาศเรื่องการสาธารณสุขมูลฐาน  ในปี 2561 มีการประชุมเพื่อทบทวนผลความคืบหน้าการดำเนินงานสาธารณสุขมูลฐาน 
และ การดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิในประเทศทั่วโลก ที่เมืองอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน  ซึ่งผลการประชุมประเทศต่างๆ ทั่วโลกยังยืนยันหลักการเดิมที่เชื่อมั่นว่าการสร้าง
ความเข้มแข็งของการสาธารณสุขมูลฐาน เป็นแนวทางที่ครอบคลุม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ที่จะทำให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี  โดยเน้นย้ำในประเด็นการพัฒนานโยบาย
ที่คำนึงภาวะสุขภาพ (Health in all policies)  การทำงานกับภาคส่วนต่างๆ ที่นอกเหนือจากสาธารณสุขและการลงทุนด้านนวัตกรรมเพื่อสร้างระบบสุขภาพที่
ตอบสนองและยืดหยุ่น ระบบสุขภาพที่ค่าใช้จ่ายเป็นธรรม เท่าเทียมและสร้างความมั่งคั่งเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

        ระบบบริการปฐมภูมิ และระบบสุขภาพชุมชนจะสำเร็จและเห็นผลได้ดีนั้น ส่วนหนึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนอย่างเข้าใจ เน้นการสร้างการมีส่วนร่วม  
ในหลากหลายลักษณะและหลากหลายประเด็น  เพื่อให้เกิดรูปธรรมในการดำเนินการ บวกกับบริบทสังคม แบบแผนการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้โรคเรื้อรังกลายเป็น
ปัญหาสำคัญการประชุมวิชาการในครั้งนี้จึงเน้นการดูแลผู้เป็นโรคเรื้อรัง เป็นประเด็นนำการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดบริการที่ทั่วถึง สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
และยั่งยืน    ซึ่งถือเป็นการนำหลักคิดระบบสุขภาพชุมชนมาประยุกต์ใช้อย่างเห็นผล ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคท้องถิ่นที่ให้
โอกาสและความรู้ในการดำเนินการ  และที่สำคัญที่สุดคือ พลังใจและพลังกายจากคนในชุมชน ที่มุ่งหวังให้ชุมชนอันเป็นที่รักเกิดการพัฒนา เป็นสังคมสุขภาวะที่ทุกภาคส่วนที่
เกี่ยวข้องต้องพร้อมรับมือ และสามารถปรับตัวและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างเท่าทัน


      ดังนั้นเพื่อเป็นการเปิดเวทีสื่อสาร เปิดมุมมองสะท้อนคิด สร้างแรงบันดาลใจ แลกเปลี่ยนบทเรียนการทำงานระหว่างบุคลากรจากหน่วยงานปฏิบัติ หน่วยงานบริหาร  
และหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ  มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนร่วมกับองค์กรภาคีจึงได้จัดประชุมวิชาการครั้งนี้ขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่เครือข่ายแห่งการเรียนรู้ เผยแพร่  
ถ่ายทอดแนวคิด บทเรียน ประสบการณ์การดำเนินงานที่ดีมีความสำเร็จ ตลอดจนความท้าทายใหม่ๆที่ต้องการการพัฒนาให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง และนำสู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาระบบงาน 
ของแต่ละส่วน ส่งผลให้เกิดระบบบริการปฐมภูมิที่มีคุณภาพและระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็งเพื่อสนับสนุนให้เกิดสุขภาวะของคนไทยทั้งประเทศต่อไป

วัตถุประสงค์
       
       1.  เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ สนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและสุขภาพชุมชน บนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคี ภาคส่วนต่างๆ
       2.  เพื่อนำเสนอ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และบทเรียนการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและสุขภาพชุมชน “การจัดการใหม่ในพลวัตสังคม”
       3.  เพื่อประสานความร่วมมือเครือข่ายที่มีความสนใจในเรื่องการพัฒนาระบบสุขภาพ และตอบสนองกลุ่มประชาชนเป้าหมาย ภายใต้นโยบายที่สอดคล้องกับการ
ขับเคลื่อนในพื้นที่

กลุ่มเป้าหมายประมาณ 700 คน ประกอบด้วย

      1.    ทีมนำในพื้นที่ภายใต้การดำเนินงานโครงการต่างๆของ มสพช. และองค์กรภาคี
             -   เครือข่ายทำงานด้านผู้สูงอายุ
             -   เครือข่ายทำงาน NCDs (พชอ. เครือข่ายผู้จัดการระบบ เครือข่ายผู้จัดการรายกรณี)
             -   เครือข่ายทำงานจากโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ/เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน
             -   เครือข่าย Wellness Center
             -   เครือข่ายทำงานในสถานประกอบการ 
             -   เครือข่ายเหล้า บุหรี่ 
             -   เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน  และคณะกรรมการกองทุนฯที่เกี่ยวกับสปสช. 
             -   เครือข่ายคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.)
       2.    องค์กรปกครองท้องถิ่นที่สนใจ
       3.    นักวิชาการ สถาบันการศึกษา สถาบันวิชาการ และองค์กรสภาวิชาชีว
       4.    ผู้บริหารจากองค์กรนโยบายที่เกี่ยวข้อง
       5.    ทีมวิทยากร/ผู้เชี่ยวชาญ/คณะทำงาน

รูปแบบการประชุม

       เวทีประชุมระดับประเทศนำเสนอทิศทางการพัฒนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำเสนอผลการสังเคราะห์บทเรียนของงานพื้นที่ที่มีการดำเนินงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนในหลากหลายลักษณะ และหลากหลายประเด็น และเชื่อมโยงการขับเคลื่อนงานที่เป็นนโยบายปัจจุบัน

       รูปแบบการประชุม จะประกอบด้วยการบรรยาย การเสวนา การประชุมเชิงปฏิบัติการตามเหมาะสมกับขอบเขตเนื้อหา ทั้งในห้องประชุมใหญ่ ห้องประชุมย่อย โซนนิทรรศการ และลานกิจกรรม เสวนาแลกเปลี่ยนตามประเด็น
 

เนื้อหาเวทีวิชาการ

 Theme: “การจัดการสุขภาพแนวใหม่ เพื่อเผชิญ NCDs ท่ามกลางสังคมพลวัต”

 Transformative Management for People-centered Care under Dynamic Society

 Sub Theme:  

Transformative Management for People-centered Care under Dynamic Society

 

Challenging issues in

NCDs, Aging, Social diversity

ผลที่คาดหวัง

1. ผู้เข้าร่วมประชุมได้แรงบันดาลใจ เกิดการเรียนรู้ประสบการณ์และบทเรียนเพื่อการปรับประยุกต์ใช้
2. ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นประเด็นนโยบายจากส่วนกลาง และการสนับสนุนกระบวนการพัฒนาเพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนงานตามบริบท
3. เกิดพื้นที่วิชาการนำเสนอองค์ความรู้และการขยายผลระหว่างเครือข่ายพื้นที่และเครือข่ายประเด็นการดำเนินงานระบบบริการปฐมภูมิและสุขภาพชุมชน

 

สถานที่จัดประชุมโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่  กรุงเทพมหานคร

 

ระยะเวลา ระหว่างวันที่ 6– 7 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2562

 

งบประมาณ

ค่าจัดประชุม บางส่วนใช้งบประมาณโครงการที่เกี่ยวข้องซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และค่าลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมจากผู้สนใจ

 

ค่าลงทะเบียน

ค่าลงทะเบียน 2,500 บาท (full registration)

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในส่วนผู้เข้าประชุม (ค่าที่พัก/ค่าพาหนะ/ค่าเบี้ยเลี้ยง)  ให้เบิกจ่ายตามสิทธิราชการจากหน่วยงานต้นสังกัด

 

องค์กร/หน่วยงานที่รับผิดชอบและสนับสนุนการจัดประชุม

·        มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน  

·        กระทรวงสาธารณสุข : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส),
         สถาบันพระบรมราชชนก (สบช.) 
         สำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ (สสป.)
         สำนักบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีชีวิตไทย (สสว.)

·        กระทรวงศึกษาธิการ : สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
         (กศน.)

·        สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

·        สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

·        สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)

·        ภาควิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

·        กระทรวงวิทยาศาสตร์ : ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์

·        มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)

·        สมาพันธ์เครือข่าย NCDsประเทศไทย (NCDs Alliance)

·        สมาคมแพทย์เวชปฎิบัติทั่วไป/ เวชศาสตร์ครอบครัว แห่งประเทศไทย

·        มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอิสาน      

 

หน่วยงานรับผิดชอบประสาน   มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (มสพช.)